September 2014
S M T W T F S
« Apr    
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930  

มาทำความเข้าใจกับการบริหารจัดการความเสี่ยงกันเถอะ

การบริหารจัดการความเสี่ยง (Enterprise Risk Management) หรือที่เรามักจะรู้จักกันในชื่อ ERM เนื่องจากระบบนี้ได้ถูกออกแบบตามมาตรฐานการบริหารความเสี่ยง COSO  การทำงานของระบบจึงได้มีขั้นตอนคล้ายกับ 8 ขั้นตอนของ COSO คือ การกำหนดหรือวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในองค์กร, การกำหนดวัตถุประสงค์, การบ่งชี้เหตุการณ์, การประเมินความเสี่ยง, การตอบสนองความเสี่ยง, การกำหนดกิจกรรมควบคุม, การเผยแพร่รายงาน สารสนเทศและการสื่อสาร และการติดตามประเมินผล  ซึ่งในทุกขั้นตอนนี้ระบบจะกำหนดให้ผู้ใช้งานปฏิบัติตามขั้นตอน  ในแต่ละขั้นจะเป็นการรับข้อมูลจากผู้ปฏิบัติงานในแต่ละหน่วยงาน ให้ระบบนำเข้ามาวิเคราะห์หาผลสรุปเป็นภาพรวมในระดับขององค์กร แล้วใช้เป็นฐานข้อมูลในการสร้างรายงานมาตรฐานให้กับองค์กรนั้นๆ ลองดูจากรูปที่แสดงไว้ให้ดูนะครับ จะทำให้เราจะเข้าใจมากขึ้น

จากรูปภาพเราพอจะสรุปขั้นตอนในการจัดทำ ERM ได้ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 : การกำหนดหรือวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในองค์กร
เป็นการระบุสภาพแวดล้อมภายในองค์กร ซึ่งในขั้นตอนนี้ระบบจะรับข้อมูลจากการที่ผู้ใช้งานตอบแบบสอบถาม แล้วระบบจะนำมาวิเคราะห์เพื่อแสดงออกเป็นรายงาน

ขั้นตอนที่ 2 : การกำหนดวัตถุประสงค์
เป็นขั้นตอนที่ผู้ใช้งานจะต้องบันทึกแผนงาน หรือโครงการของหน่วยงาน และระบุวัตถุประสงค์ของแผนงานหรือโครงการ, ตัวชี้วัดระดับองค์กรที่สอดคล้องกับแผนงานหรือโครงการ, ระบุประเด็นยุทธ์ศาสตร์ที่แผนงานหรือโครงการนั้นๆสนับสนุน, กิจกรรมต่างๆ (เฉพาะกิจกรรมหลัก) ที่มีอยู่ภายใต้แต่ละแผนงานหรือโครงการ และวัตถุประสงค์ของการควบคุม ของแต่ละกิจกรรมหลักนั้นๆ

ขั้นตอนที่ 3 : การบ่งชี้เหตุการณ์
เป็นการวิเคราะห์ความเสี่ยงสำหรับแต่ละกิจกรรมหลักที่ได้บันทึกไว้ เพื่อระบุปัจจัยเสี่ยง (Risk Factor), ผลกระทบที่มีนัยสำคัญ, ประเภทของความเสี่ยง และลักษณะความเสี่ยง

ขั้นตอนที่ [...]

Tacking…ทำไมต้องติดตาม ข้อคิดดีดี…ของคุณบุญชัย โชควัฒนา

ส่วนใหญ่แล้วการทำงาน 10 เรื่อง งานอาจจะสำเร็จไม่ถึงครึ่ง และจากประสบการณ์ของผมเอง อาจจะมากกว่าครึ่งด้วยซ้ำที่งานไม่ประสบความสำเร็จ เมื่อมาวิเคราะห์ถึงสาเหตุก็จะพบว่า เหตุที่งานไม่สำเร็จนั้นเกิดจากการที่ไม่มีระบบการติดตามที่ดี เพราะส่วนใหญ่คนทั่วไปเมื่อมอบหมายงานให้ใครแล้ว ก็มักจะให้เกียรติว่าผู้ที่ได้รับมอบหมายไป จะมีความรับผิดชอบที่จะทำงานให้สำเร็จโดยไม่ต้องติดตาม และคิดว่าเมื่อถึงเวลาผู้ที่ได้รับมอบหมายไปนั้นจะมาแจ้งเองว่าทำสำเร็จหรือยัง

ปกติทั้งผู้สั่งงานและคนที่ได้รับมอบหมายงานมักจะมีภารกิจมากมายหลายเรื่อง ดังนั้นงานที่ไม่มีระบบการติดตามที่ดีก็มักจะถูกลืม คนสั่งงานก็ลืม คนรับคำสั่งก็ลืม จากประสบการณ์ส่วนตัว ผมเองก็เคยลืมงานที่ได้รับมอบหมายมาก่อนลืมมาจนถึงวันนี้ เป็นเวลาหลายสิบปีก็ยังไม่ได้ทำงานนั้น ยิ่งปล่อยเวลานานเท่าไรโดยไม่ติดตาม ความสำเร็จก็ยิ่งห่าง ไปเรื่อยๆ ส่วนประสบการณ์กับลูกน้องบางคนที่ รับมอบหมายงานไปทำผมไม่ได้ลืมแต่ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ทำงานลืมไปแล้ว จนกระทั่ง 14 ปีให้หลัง เมื่อผมมาเตือน คนรับงานถึงจำได้ และงานจึงสำเร็จได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ เป็นต้น

ดังนั้น ความสำเร็จขององค์กร นอกจากจะเกิดขึ้นได้จากการมีเป้าหมายที่ชัดเจน (Target) การมีกรอบเวลา (Timing) ในการทำงานแล้ว ยังต้องมีระบบในการติดตามงาน (Tracking) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญอีกตัวหนึ่งในการที่จะทำให้งานประสบความสำเร็จ เพราะเมื่อมีเป้าหมายในการทำงานแล้ว แต่หากไม่มีการติดตามงานที่ดี งานก็จะไม่ประสบความสำเร็จ การติดตามงานที่ผมใช้สามารถทำได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการให้เขียนรายงาน การประชุมติดตามงาน การถามบ่อยๆ หรือวิธีอื่นๆ ฯลฯ ผมบอกผู้บริหารของผมเสมอว่า “คุณจะใช้วิธีไหนก็ได้ ขอเพียงทำให้ผมทราบว่างานที่ผมมอบหมาย ได้ดำเนินการไปถึงไหนแล้ว”

การติดตามงานเป็นสิ่งที่จำเป็นที่ต้องทำเมื่อมีการมอบหมายงาน หน้าที่หลักของคนที่เป็นหัวหน้าคือ ทำอย่างไร [...]

ความหมายของคำต่างๆ ที่ควรรู้เกี่ยวกับแผนยุทธศาสตร์

วิสัยทัศน์ คือ ตำแหน่งหรือภาพขององค์กรในอนาคต
พันธกิจ คือ ขอบเขตหรือหน้าที่ที่ต้องทำให้บรรลุวิสัยทัศน์ บทบาทที่จะต้องทำในระยะเวลาที่กำหนด
วัตถุประสงค์ คือ ผลสำเร็จหรือผลลัพธ์ที่ต้องการในอนาคต ข้อความที่ระบุผลประโยชน์ที่มีต่อกลุ่มเป้าหมาย เพื่อใคร
ยุทธศาสตร์ คือ แผนงานหรือทิศทางการดำเนินงานที่ชัดเจนเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์และพันธกิจ หรือ วิธีการ หรือ ขั้นตอนที่จะปฏิบัติ
ผลผลิต คือ สิ่งของหรือบริการที่เป็นรูปธรรมที่องค์กรจัดให้
ผลลัพธ์ คือ ผลสุดท้ายที่ต้องการให้เกิดกับกลุ่มเป้าหมาย ชุมชน และสิ่งแวดล้อม

เทคนิคการจัดการความรู้

เทคนิคการจัดการความรู้?? คือ การเข้าไปดูแลและบริหารจัดการความรู้ทั้งแบบ Tacit และ Explicit Knowledge ขององค์กรอย่างเป็นระบบ และให้ความสำคัญกับความรู้ทั้ง 2 แบบ เพื่อให้เกิดความเข้าใจในทุกระดับ สามารถ ดูเอกสารเพิ่มเติม?ที่ผมเรียบเรียงมาได้นะครับ

Tacit Knowledge และ Explicit Knowledge

Tacit Knowledge และ Explicit Knowledge

1. ความรู้ซ่อนเร้น (Tacit Knowledge) เป็นความรู้ที่แฝงอยู่ในตัวคน เป็นประสบการณ์ที่สั่งสมมายาวนาน เป็นภูมิปัญญา

2. ความรู้เด่นชัด (Explicit Knowledge) เป็นความรู้ที่อยู่ในรูปแบบที่เป็นเอกสาร หรือ วิชาการ อยู่ในตารา คู่มือปฏิบัติงาน

แนวคิดการจัดการความรู้

โมเดลปลาทู

การจัดการความรู้ หมายถึง กระบวนการอย่างเป็นระบบเกี่ยวกับการประมวลข้อมูล สารสนเทศ ความคิด การกระทำ ตลอดจนประสบการณ์ของบุคคลเพื่อสร้างเป็นความรู้หรือนวัตกรรม และจัดเก็บในลักษณะของแหล่งข้อมูลที่บุคคลสามารถเข้าถึงได้โดยอาศัยช่องทางต่าง ๆ ที่องค์การจัดเตรียมไว้ เพื่อนำความรู้ที่มีอยู่ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงาน ซึ่งก่อให้เกิดการแบ่งปันและถ่ายโอนความรู้ และในที่สุดความรู้ที่มีอยู่จะแพร่กระจายและไหลเวียนทั่วทั้งองค์การอย่างสมดุล เป็นไปเพื่อเพิ่มความสามารถในการพัฒนาผลผลิตและองค์การ